โปรแกรมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ

โปรแกรมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ

คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
1,600 บาท(ราคาเริ่มต้น: 1,200 บาท)

ไม่ต้องชำระตอนจอง ชำระที่คลินิกหลังรับบริการ

รายละเอียดอัตราค่าบริการ

โปรแกรมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว (Strength and Balance Training Program) คือ โปรแกรมการออกกำลังกายเชิงการแพทย์และกายภาพบำบัดฟื้นฟู ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง ความทนทาน และระบบประสาทการทรงตัวของร่างกายโดยเฉพาะ มุ่งเน้นการป้องกันการหกล้ม เสริมสร้างความมั่นคงของข้อต่อและแกนกลางลำตัว พร้อมทั้งฟื้นฟูรูปแบบการเดินให้มั่นคง เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการสามารถเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่ว ปลอดภัย และคงความสามารถในการพึ่งพาตนเองในระยะยาว

ขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการ

  • การตรวจประเมินสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้ม: ประเมินแรงบีบมือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรยางค์ส่วนล่าง สภาพข้อต่อ การทรงตัวขณะอยู่นิ่งและขณะเคลื่อนไหว (Static and Dynamic Balance) และวิเคราะห์รูปแบบการเดิน (Gait Analysis)
  • การฝึกเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน (Targeted Progressive Resistance Training): การใช้แรงต้าน เช่น ยางยืดออกกำลังกาย (TheraBand) น้ำหนักตัว (Bodyweight) หรือดัมเบลล์น้ำหนักเบา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว สะโพก ต้นขา และข้อเท้า
  • การฝึกระบบประสาทรับรู้และการทรงตัว (Balance & Neuromuscular Retraining): การฝึกทรงตัวบนพื้นผิวต่างระดับ การยืนขาเดียว การถ่ายน้ำหนักตัว และการฝึกตอบสนองต่อแรงรบกวนภายนอก เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทสั่งการและประสาทรับรู้ข้อต่อ (Proprioception)
  • การฝึกทักษะการเคลื่อนไหวเชิงฟังก์ชัน (Functional Movement Training): การจำลองท่าทางที่ใช้ในชีวิตจริง เช่น การลุก-นั่งจากเก้าอี้ การขึ้น-ลงบันได การก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง และเทคนิคการลุกขึ้นอย่างปลอดภัยหากเกิดการหกล้ม
  • การออกแบบโปรแกรมฝึกฝนต่อเนื่องที่บ้าน (Home Exercise Plan): การสอนท่าออกกำลังกายที่ปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการและผู้ดูแล พร้อมให้คำแนะนำในการจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ

กลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสม

  • ผู้สูงอายุที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรง ชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) และลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม
  • ผู้ที่มีปัญหาการทรงตัวไม่มั่นคง ก้าวเดินช้าลง หรือเคยมีประวัติการสะดุดหกล้มมาก่อน
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายหลังการผ่าตัดกระดูก ข้อต่อ หรือฟื้นตัวจากโรคหลอดเลือดสมอง
  • วัยผู้ใหญ่ที่ต้องการปรับปรุงบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นคงของแกนกลางลำตัว และเสริมความแข็งแรงของร่างกายเพื่อการเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ