บริการและอัตราค่าบริการทั้งหมด

พบกับอัตราค่าบริการสุขภาพที่ครอบคลุมทุกความต้องการของคุณ

โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการเดินแบบนอร์ดิกสำหรับผู้สูงอายุ
คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการเดินแบบนอร์ดิกสำหรับผู้สูงอายุ

โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการเดินแบบนอร์ดิกสำหรับผู้สูงอายุคือ โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายสำหรับผู้สูงอายุ โดยประยุกต์การเดินเร็วร่วมกับการใช้ไม้นอร์ดิก เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งส่วนบนและส่วนล่างของร่างกายทำงานร่วมกันขณะเดิน ช่วยเพิ่มการใช้พลังงาน เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยฝึกทักษะและเทคนิคการเดินอย่างเป็นขั้นตอนภายใต้การดูแลของผู้ฝึกสอนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินความพร้อมก่อนออกกำลังกาย (Pre-exercise Assessment): ประเมินสุขภาพเบื้องต้น ความสามารถในการเคลื่อนไหว การทรงตัว และความพร้อมในการออกกำลังกาย เพื่อวางแผนการฝึกให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละรายการเตรียมและปรับอุปกรณ์ (Equipment Preparation): แนะนำการเลือกและปรับระดับไม้นอร์ดิกให้เหมาะสมกับสรีระ การจับไม้ การใช้สายรัดข้อมือ ตลอดจนการเลือกรองเท้าและเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมการอบอุ่นร่างกาย (Warm-up): ฝึกท่าอบอุ่นร่างกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเตรียมกล้ามเนื้อก่อนการเดิน ครอบคลุมกล้ามเนื้อส่วนล่าง ลำตัว และส่วนบนของร่างกายการฝึกเทคนิคการเดินแบบนอร์ดิก (Nordic Walking Technique): ฝึกการจับไม้ การเดินลากไม้ การควบคุมไม้ การตั้งไม้ และการผลักไม้ พร้อมฝึกการประสานการเคลื่อนไหวของแขน ขา และลำตัว เพื่อพัฒนารูปแบบการเดินที่ถูกต้องการฝึกเดินและพัฒนาสมรรถภาพ (Walking & Fitness Training): ฝึกเดินแบบนอร์ดิกอย่างต่อเนื่อง โดยปรับระยะเวลา ความเร็ว และระดับความหนักให้เหมาะสมกับสมรรถภาพและความสามารถของผู้สูงอายุแต่ละรายการผ่อนคลายหลังออกกำลังกาย (Cool-down): ลดระดับความหนักของการออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ร่วมกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะปกติการติดตามและประเมินผล (Progress Monitoring): ติดตามความก้าวหน้าด้านสมรรถภาพทางกาย การเดิน การทรงตัว และความสามารถในการออกกำลังกาย เพื่อนำไปปรับโปรแกรมให้เหมาะสมและส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้สูงอายุที่ต้องการเพิ่มกิจกรรมทางกายและออกกำลังกายอย่างเป็นระบบผู้สูงอายุที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความสามารถในการเดินและเคลื่อนไหวผู้สูงอายุที่ต้องการเรียนรู้เทคนิคการเดินแบบนอร์ดิกอย่างถูกต้องและปลอดภัยผู้สูงอายุที่ต้องการรูปแบบการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนของร่างกายร่วมกัน และสามารถนำไปปฏิบัติต่อเนื่องได้ในชีวิตประจำวันรูปแบบการเข้าร่วมโปรแกรม1. อบรมพื้นฐานการเดินแบบนอร์ดิก 2 ชั่วโมงผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะได้รับการอบรมพื้นฐาน เพื่อเรียนรู้หลักการออกกำลังกาย การเลือกและใช้อุปกรณ์ เทคนิคการเดินแบบนอร์ดิก รวมถึงแนวทางการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและปลอดภัย2. ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องหลังการอบรม ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปฝึกปฏิบัติด้วยตนเองที่บ้านหรือสถานที่ที่เหมาะสม หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถปรึกษาผู้ฝึกสอนได้3. เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรม Nordic Walking ตามความสมัครใจผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการเดินและออกกำลังกายกับชมรม Nordic Walking เพื่อฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมการออกกำลังกายในระยะยาวคลาสอบรมพื้นฐานรอบแรกวันจันทร์ที่ 19 และ 26 ตุลาคม 2569(กลุ่มวันที่ 19 ตค 69 เต็มแล้ว สมัครได้เฉพาะวันที่ 26 ตค 69)เวลา: 10.00-12.00 น.สถานที่: คลินิกพยาบาล มช. ระยะเวลาอบรม: 2 ชั่วโมงจำนวนผู้เข้าร่วม: เปิดคลาสเมื่อมีผู้ลงทะเบียนครบ 10 คน

โปรแกรมอาหารส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

โปรแกรมอาหารส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ

โปรแกรมอาหารส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ (Geriatric Nutrition & Wellness Program) คือ บริการดูแลและจัดการโภชนาการทางการแพทย์แบบเฉพาะบุคคล ออกแบบโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพและทีมบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อตอบสนองความต้องการทางสรีรวิทยาที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย มุ่งเน้นการเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและกระดูก ชะลอความเสื่อมของระบบประสาท ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนแก้ไขปัญหาการเคี้ยว การกลืน และการดูดซึมสารอาหาร เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมีชีวิตชีวาของผู้สูงวัยอย่างยั่งยืนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินภาวะโภชนาการแบบรอบด้าน (Nutritional Assessment): การวัดองค์ประกอบร่างกาย (มวลกล้ามเนื้อ ปริมาณไขมัน) ตรวจระดับสารอาหารในเลือด ประเมินพฤติกรรมการรับประทาน และคัดกรองความเสี่ยงภาวะทุพโภชนาการด้วยเครื่องมือมาตรฐาน (เช่น Mini Nutritional Assessment: MNA)การออกแบบแผนอาหารเฉพาะบุคคลตามโรคประจำตัว: การคำนวณพลังงานและสารอาหารที่แม่นยำ พร้อมปรับอาหารให้สอดคล้องกับโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคไตระยะต่าง ๆ และโรคหัวใจ (เช่น รูปแบบอาหาร DASH Diet หรือ Mediterranean Diet)การเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก (Anti-Sarcopenia & Bone Health): การวางแผนปริมาณและชนิดของโปรตีนคุณภาพสูงที่เหมาะสมต่อมื้ออาหาร การเสริมแคลเซียม วิตามินดี และแร่ธาตุสำคัญเพื่อชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและกระดูกพรุนการปรับเนื้อสัมผัสอาหารตามความสามารถในการเคี้ยวและกลืน (Dysphagia Diet): การให้คำแนะนำและดัดแปลงลักษณะอาหาร (เช่น อาหารบดละเอียด อาหารปั่นข้น หรือการใช้สารเพิ่มความข้นหนืด) ตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันการสำลักและการติดเชื้อในปอดการดูแลสุขภาพทางเดินอาหารและการขับถ่าย: การจัดการสัดส่วนใยอาหาร (Prebiotics/Probiotics) และปริมาณน้ำดื่มที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาอาการท้องผูกและส่งเสริมสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้การอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ดูแล (Caregiver Nutritional Coaching): การสาธิตการเลือกซื้อวัตถุดิบ การปรุงอาหารที่ลดโซเดียมและน้ำตาลแต่คงรสชาติที่ถูกปาก และเทคนิคการจัดมื้ออาหารให้น่ารับประทานเพื่อกระตุ้นความอยากอาหารกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพ ชะลอวัย และรักษามวลกล้ามเนื้ออย่างถูกหลักโภชนาการผู้สูงอายุที่มีปัญหาน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ เบื่ออาหาร หรือมีภาวะทุพโภชนาการผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรคที่ต้องการการควบคุมอาหารอย่างถูกต้องและปลอดภัยผู้สูงอายุที่มีปัญหาฟัน ปัญหาการเคี้ยว หรือมีภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia)ผู้ดูแลและครอบครัวที่ต้องการแนวทางในการจัดเตรียมอาหารที่ปลอดภัย ถูกหลักโภชนาการ และเหมาะสมกับผู้สูงอายุในบ้าน

ราคาเริ่มต้น
฿1,200–1,800
ดูรายละเอียด
บริการให้คำปรึกษาเพื่อลดความกลัวการคลอดบุตร
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการให้คำปรึกษาเพื่อลดความกลัวการคลอดบุตร

บริการให้คำปรึกษาเพื่อลดความกลัวการคลอดบุตร คือ บริการให้การดูแลและสนับสนุนทางจิตวิทยาเฉพาะทางสำหรับหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรสที่มีความวิตกกังวล ความตื่นตระหนก หรือความกลัวอย่างรุนแรงต่อกระบวนการคลอด (Tokophobia) ผ่านกระบวนการพูดคุยเชิงจิตบำบัด การปรับเปลี่ยนมุมมอง และการฝึกเทคนิคการจัดการอารมณ์ เพื่อคลายความวิตก ปรับลดความตึงเครียดของระบบประสาท และเสริมสร้างความมั่นใจในศักยภาพของร่างกายตนเองก่อนวันคลอดขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินระดับและสาเหตุของความกลัวการคลอด: การใช้แบบประเมินทางจิตวิทยาและสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อระบุต้นตอของความกลัว เช่น กลัวความเจ็บปวด กลัวการสูญเสียการควบคุม ประสบการณ์คลอดที่ไม่ดีในอดีต (Birth Trauma) หรือความกังวลต่อความปลอดภัยของทารกการปรับโครงสร้างความคิดและให้ความรู้ตามจริง (Cognitive Reframing & Psychoeducation): การให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับกลไกความเจ็บและการคลอด เพื่อลบล้างความเชื่อหรือภาพจำที่น่ากลัวเกินจริง พร้อมปรับแบบแผนทางความคิดให้มองการคลอดเป็นกระบวนการธรรมชาติของร่างกายการฝึกทักษะการจัดการอารมณ์และสภาวะตื่นตระหนก: การฝึกเทคนิคการหายใจเพื่อสงบระบบประสาทอัตโนมัติ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน และการฝึกใช้จินตภาพเชิงบวก (Guided Imagery) เมื่อเกิดความวิตกกังวลการร่วมวางแผนความต้องการในการคลอด (Birth Preferences Plan): ช่วยคุณแม่สื่อสารความต้องการ ขอบเขต และทางเลือกในการระงับปวดร่วมกับทีมสูติแพทย์ เพื่อให้รู้สึกถึงการควบคุมสถานการณ์และความปลอดภัยการเสริมพลังคู่สมรสในการดูแลจิตใจ: แนะนำแนวทางการพูดคุย การรับฟัง และวิธีช่วยปลอบประโลมให้แก่คู่สมรส เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์ของคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์จนถึงห้องคลอดกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์ที่มีความวิตกกังวล กลัว หรือนอนไม่หลับเมื่อนึกถึงกระบวนการคลอดผู้ที่มีภาวะกลัวการคลอดอย่างรุนแรง (Tokophobia) ทั้งในครรภ์แรกหรือครรภ์หลังคุณแม่ที่เคยมีประสบการณ์คลอดที่เจ็บปวดหรือกระทบกระเทือนจิตใจในอดีต (Previous Traumatic Birth Experience)คู่สมรสที่ต้องการแนวทางในการช่วยลดความเครียดและความตระหนกให้แก่คุณแม่ตั้งครรภ์

บริการการเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการการเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด

โปรแกรมฝึกอบรมเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด (Antenatal & Childbirth Preparation Class) คือ หลักสูตรเตรียมความพร้อมเชิงปฏิบัติการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และครอบครัว เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะทางกาย และความพร้อมทางจิตใจก่อนเข้าสู่กระบวนการคลอด ช่วยลดความกลัวและความวิตกกังวล สร้างความมั่นใจให้คุณแม่ และเตรียมบทบาทของคู่สมรสหรือคนในครอบครัวในการเป็นผู้สนับสนุนและดูแลอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระยะคลอดและหลังคลอดขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการความรู้เกี่ยวกับสรีรวิทยาและกระบวนการคลอด: การอธิบายกลไกการเจ็บครรภ์ สัญญาณเตือนใกล้คลอด ระยะต่าง ๆ ของการคลอด และทางเลือกในการคลอด เพื่อให้เข้าใจและรับมือได้อย่างถูกต้องการฝึกทักษะการหายใจและการผ่อนคลาย (Breathing & Relaxation Techniques): การฝึกเทคนิคการหายใจระดับต่าง ๆ การกำหนดลมหายใจเพื่อบรรเทาอาการเจ็บครรภ์ และการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเพื่อเอื้อต่อการคลอดการฝึกท่าทางและการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยคลอด: การใช้ท่าทางช่วยคลอด (Maternal Positioning) เช่น ท่าโยกสะโพก การใช้ลูกบอลคลอด (Birth Ball) เพื่อช่วยให้ทารกลงสู่อุ้งเชิงกรานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรเทาความเจ็บปวดบทบาทของครอบครัวและการสนับสนุนระหว่างคลอด: การฝึกอบรมคู่สมรสหรือคนใกล้ชิดในเทคนิคการนวดสัมผัสลดปวด การประคบอุ่น/เย็น และการให้กำลังใจทางอารมณ์ในห้องคลอดการเตรียมความพร้อมหลังคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด การดูแลทารกแรกเกิด และเทคนิคการเข้าเต้าเพื่อเริ่มต้นการให้นมแม่อย่างราบรื่นกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่ 2–3) ที่ต้องการเตรียมความพร้อมทั้งทางกายและจิตใจสำหรับการคลอดคุณพ่อหรือคู่สมรสที่ต้องการเรียนรู้บทบาทการดูแลและเป็นผู้ช่วยคลอดที่คอยเคียงข้างคุณแม่ครอบครัวที่ต้องการสร้างความมั่นใจในการดูแลทารกแรกเกิดและการสนับสนุนคุณแม่หลังคลอด

บริการทำแผลแห้งหรือแผลเย็บ
  • คลินิกรักษาโรคเบื้องต้นพ.–ศ.
  • คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุจ., อ.

บริการทำแผลแห้งหรือแผลเย็บ

บริการทำแผลแห้งหรือแผลเย็บ คือ การทำความสะอาด และประเมินการสมานตัวของบาดแผลผ่าตัด แผลเย็บ หรือบาดแผลชนิดปิดที่ไม่มีสารคัดหลั่งคั่งค้าง โดยใช้เทคนิคปลอดเชื้อมาตรฐานทางการแพทย์ และสารละลายทำความสะอาดที่เหมาะสม มุ่งเน้นการป้องกันการติดเชื้อ ลดการอักเสบ ตรวจติดตามความแข็งแรงของขอบแผล และส่งเสริมให้แผลสมานตัวได้อย่างรวดเร็วและสวยงามขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินสภาพบาดแผลก่อนทำหัตถการ: ตรวจดูการแนบสนิทของขอบแผล (Wound approximation) รอยบวมแดง ความตึงของไหมเย็บหรือลวดเย็บ (Staples) อาการปวด และสังเกตสารคัดหลั่ง เลือด หรือสิ่งบ่งชี้ของการอักเสบติดเชื้อการทำความสะอาดแผลตามหลักเทคนิคปลอดเชื้อ:ลอกพลาสเตอร์ปิดแผลเดิมออกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ดึงรั้งผิวหนังและไหมเย็บทำความสะอาดผิวหนังรอบแผลและแนวแผลเย็บด้วยสารละลายทำความสะอาดปราศจากเชื้อ การปกป้องและปิดแผล: เลือกใช้วัสดุปิดแผลปลอดเชื้อที่เหมาะสมกับลักษณะแผลและตำแหน่งของร่างกาย (เช่น ผ้าก๊อซแห้งปราศจากเชื้อ หรือพลาสเตอร์กันน้ำระบายอากาศได้ดี) ปิดแนบสนิทพอดีเพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกการประเมินกำหนดระยะเวลาตัดไหม: ตรวจสอบอายุของแผลเย็บและประเมินความพร้อมในการตัดไหมหรือตัดคลิปเย็บแผลตามคำแนะนำของแพทย์การให้คำแนะนำในการดูแลตนเอง: แนะนำวิธีระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำ การสังเกตอาการผิดปกติ (เช่น แผลบวมแดง มีไข้ หรือมีหนอง) และการนัดหมายติดตามผลหรือตัดไหมกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ป่วยหลังการผ่าตัดที่มีแผลเย็บ เช่น แผลผ่าตัดคลอด แผลผ่าตัดส่องกล้อง แผลผ่าตัดทั่วไปผู้ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นแผลฉีกขาดและได้รับการเย็บซ่อมแซมบาดแผลเรียบร้อยแล้วผู้ที่มีแผลแห้งปิดสนิทที่ต้องการทำความสะอาดและเปลี่ยนวัสดุปิดแผลตามกำหนดระยะเวลาผู้ป่วยหรือผู้ดูแลที่ต้องการให้พยาบาลวิชาชีพประเมินสภาพแผลก่อนถึงกำหนดนัดตัดไหม

ราคาเริ่มต้น
฿220
ดูรายละเอียด
บริการรักษาโรคเบื้องต้น 10 กลุ่มอาการ
  • คลินิกรักษาโรคเบื้องต้นพ.–ศ.
  • คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุจ., อ.

บริการรักษาโรคเบื้องต้น 10 กลุ่มอาการ

ให้การรักษาโรคเบื้องต้น 10 กลุ่มอาการ ได้แก่ กลุ่มอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อและข้อ ผิวหนัง นรีเวช ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้นขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการซักประวัติ โดยละเอียด ประวัติการแพ้ยา การแพ้อาหารการผ่าตัดให้บริการตรวจร่างกายในระบบที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยให้การรักษาเบื้องต้นตามขอบเขตพยาบาลเวชปฏิบัติให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม การมาตรวจตามนัด การรับประทานยา การสังเกตอาการที่ผิดปกติกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ป่วยทุกกลุ่มวัยที่มีอาการไม่สุขสบาย ตามกลุ่มอาการ 10 กลุ่ม

ราคาค่ายาตามจริง
ดูรายละเอียด
บริการพัฒนาศักยภาพครอบครัว
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการพัฒนาศักยภาพครอบครัว

บริการพัฒนาศักยภาพครอบครัว คือ กระบวนการส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบครอบครัวเชิงบูรณาการ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะการสื่อสารเชิงบวก การทำความเข้าใจพัฒนาการและจิตวิทยาตามช่วงวัยของสมาชิกในบ้าน ตลอดจนการพัฒนาทักษะการทำหน้าที่ของพ่อแม่ (Parenting Skills) เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถรับมือกับความท้าทาย ความขัดแย้ง และความเปลี่ยนแปลงได้อย่างสร้างสรรค์ พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเกื้อหนุนต่อการเติบโตของเด็กและสมาชิกทุกคนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินพลวัตและปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว: การสำรวจแบบแผนความสัมพันธ์ บทบาทหน้าที่ การสื่อสาร และประเด็นความเครียดหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในบ้านการฝึกอบรมทักษะการเป็นพ่อแม่เชิงบวก (Positive Parenting): การให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก การจัดการพฤติกรรมท้าทาย การตั้งขอบเขตและกติกาอย่างมีวินัยเชิงบวกโดยไม่ใช้ความรุนแรงการพัฒนาทักษะการสื่อสารและการรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ: กิจกรรมฝึกทักษะการสื่อสารที่เน้นความเห็นอกเห็นใจ การสะท้อนความรู้สึก และการแก้ไขความขัดแย้งเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยการวางแผนสร้างสุขภาวะและความผูกพันในครอบครัว: การออกแบบกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ การจัดแบ่งเวลาคุณภาพ (Quality Time) และการจัดการความเครียดของผู้ปกครองเพื่อป้องกันภาวะหมดไฟในการดูแลครอบครัวกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมพ่อแม่และผู้ปกครองที่ต้องการพัฒนาทักษะการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวกและเข้าใจจิตวิทยาพัฒนาการตามวัยครอบครัวที่กำลังเผชิญความขัดแย้ง ช่องว่างระหว่างวัย หรือปัญหาในการสื่อสารระหว่างกันครอบครัวที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เช่น การมีบุตรคนแรก การเข้าสู่วัยรุ่นของลูก หรือการปรับตัวกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

บริการส่งเสริมสุขภาพเด็ก
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการส่งเสริมสุขภาพเด็ก

ส่งเสริมสุขภาพเด็ก คือ บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวมสำหรับเด็กในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยทารกแรกเกิด วัยเด็กเล็ก วัยเรียน ไปจนถึงวัยรุ่น ครอบคลุมการตรวจติดตามสุขภาพร่างกาย ภาวะโภชนาการ สุขอนามัย การสร้างภูมิคุ้มกันโรค และการประเมินสุขภาวะทางอารมณ์และสังคม เพื่อสนับสนุนให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ มีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในระยะยาวขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการตรวจเช็กสุขภาพร่างกายและการเจริญเติบโต: การตรวจสุขภาพทั่วไป การวัดสัดส่วนร่างกาย (น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย) และการตรวจคัดกรองปัญหาสุขภาพเบื้องต้นตามช่วงวัย เช่น สายตา การได้ยิน และสุขภาพช่องปากการวางแผนและติดตามการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน: การให้คำแนะนำและตรวจเช็กประวัติการรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์สำหรับเด็กและวัยรุ่นการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและพฤติกรรมสุขภาพ: แนะนำการบริโภคอาหารที่เหมาะสมตามแต่ละช่วงวัย การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการจัดการสุขอนามัยส่วนบุคคลการดูแลสุขภาวะทางอารมณ์และการปรับตัวตามวัย: การให้คำปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและอารมณ์ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อเข้าสู่วัยรุ่น การจัดการความเครียด และการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์การเสริมสร้างความรู้สำหรับผู้ปกครอง: การถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเฝ้าระวังสัญญาณเตือนของโรค การป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดีของเด็กกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมเด็กแรกเกิดถึงวัยรุ่น (0–18 ปี) ที่ต้องการตรวจสุขภาพและส่งเสริมสุขภาวะเชิงป้องกันตามระยะเวลาที่เหมาะสมเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ภาวะโภชนาการไม่สมดุล ปัญหาการนอนหลับ หรือขาดกิจกรรมทางกายผู้ปกครองที่ต้องการคำแนะนำทางการแพทย์ในการดูแลสุขภาพ การให้วัคซีน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของบุตรหลาน

บริการส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อสำหรับเด็กอายุ 1 เดือน – 6 ปี
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อสำหรับเด็กอายุ 1 เดือน – 6 ปี

บริการส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ (อายุ 1 เดือน – 6 ปี) (รายบุคคล) คือ บริการฝึกฝนและกระตุ้นการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทสั่งการแบบตัวต่อตัว ออกแบบเฉพาะบุคคลตามระดับพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครอบคลุมทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor) และกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor) เพื่อสร้างความแข็งแรง ความทนทาน การทรงตัว และการประสานสัมพันธ์ของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหว การช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน และความพร้อมในการเข้าสู่วัยเรียนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินทักษะการเคลื่อนไหวเฉพาะบุคคล: การตรวจประเมินความตึงตัวของกล้ามเนื้อ (Muscle Tone) ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวตามเกณฑ์อายุการฝึกทักษะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills): กิจกรรมส่งเสริมการชันคอ พลิกคว่ำ คลาน นั่ง ยืน เดิน วิ่ง กระโดด การทรงตัวบนพื้นผิวต่างระดับ และการปีนป่าย เพื่อสร้างความมั่นคงของแกนกลางลำตัวการฝึกทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ (Fine Motor & Coordination): การฝึกการใช้สายตาสัมพันธ์กับมือ (Hand-Eye Coordination) การหยิบจับสิ่งของชิ้นเล็ก การใช้กรรไกร การควบคุมนิ้วมือ และการเตรียมความพร้อมสำหรับการจับดินสอและขีดเขียนการบูรณาการระบบประสาทรับความรู้สึกกับการเคลื่อนไหว: การจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นระบบประสาททรงตัว (Vestibular) และระบบรับรู้ตำแหน่งข้อต่อ (Proprioception) เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเคลื่อนไหวการวางโปรแกรมฝึกฝนต่อเนื่องที่บ้าน: การแนะนำผู้ปกครองเกี่ยวกับท่าทางการออกกำลังกาย การเลือกของเล่น และการจัดสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวของเด็กในชีวิตประจำวันกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมทารกและเด็กปฐมวัยที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงและความคล่องแคล่วของร่างกายเป็นรายบุคคลเด็กที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อต่อหลวม การทรงตัวไม่มั่นคง หรือทรงตัวล้มง่ายเด็กที่มีความล่าช้าด้านการเคลื่อนไหว เช่น ยังไม่คลาน เดินช้า หรือใช้มือหยิบจับสิ่งของได้ไม่คล่องตามเกณฑ์วัยเด็กที่ต้องการเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือก่อนเข้าเรียน

บริการส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กอายุ 1 เดือน–6 ปี
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการส่งเสริมทักษะสมองสำหรับเด็กอายุ 1 เดือน–6 ปี

บริการส่งเสริมทักษะสมอง สำหรับเด็กอายุ 1 เดือน – 6 ปี คือ โปรแกรมกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของสมองและระบบประสาทในช่วงหน้าต่างแห่งโอกาส (Window of Opportunity) ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สมองมีการสร้างเครือข่ายใยประสาทอย่างรวดเร็วที่สุด มุ่งเน้นการบูรณาการพัฒนาการด้านสติปัญญา ทักษะการบริหารจัดการสมองส่วนหน้า (Executive Functions: EF) การรับรู้ประสาทสัมผัส และทักษะการเคลื่อนไหว ผ่านกิจกรรมการเล่นเชิงบำบัดและการมีปฏิสัมพันธ์ที่เหมาะสมตามช่วงวัยขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินความพร้อมและจุดเชื่อมโยงพัฒนาการตามช่วงวัย: ตรวจวัดระดับพัฒนาการของสมอง การทำงานของระบบประสาท และความพร้อมในการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ตั้งแต่วัยทารกไปจนถึงวัยก่อนเรียนการกระตุ้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (1 เดือน – 1 ปี): กิจกรรมกระตุ้นการมองเห็น การได้ยิน ผิวสัมผัส และการทรงตัว พร้อมส่งเสริมการคว่ำ คืบ คลาน เพื่อวางรากฐานการเชื่อมโยงของสมองสองซีกการฝึกทักษะการรู้คิดและภาษา (1 – 3 ปี): กิจกรรมส่งเสริมการสังเกต ความจำ การแก้ปัญหาผ่านการหยิบจับ สื่อสารภาษา และการฝึกการทรงตัวที่ซับซ้อนขึ้นการฝึกทักษะสมองส่วนหน้าขั้นสูง หรือ EF (3 – 6 ปี): การฝึกสมาธิจดจ่อ การจำขณะทำงาน (Working Memory) การยับยั้งชั่งใจและควบคุมอารมณ์ตนเอง (Inhibitory Control) และการคิดยืดหยุ่นผ่านเกมกฎกติกาและบทบาทสมมติการถ่ายทอดเทคนิคสู่ครอบครัว (Home-Based Integration): แนะนำพ่อแม่ในการจัดสภาพแวดล้อมที่บ้านและการใช้บทสนทนา ของเล่น หรือกิจกรรมประจำวันเพื่อต่อยอดการทำงานของสมองอย่างเป็นธรรมชาติกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมเด็กวัย 1 เดือน – 6 ปีที่ต้องการเสริมสร้างโครงสร้างสมอง สมาธิ และทักษะการเรียนรู้ให้พร้อมสำหรับอนาคตเด็กที่ต้องการเสริมความคล่องแคล่วด้านการเคลื่อนไหว การตอบสนองทางประสาทสัมผัส หรือการสื่อสารภาษาผู้ปกครองที่ต้องการแนวทางเชิงวิทยาศาสตร์ในการเล่นและกระตุ้นสมองลูกอย่างถูกวิธีตามลำดับขั้นพัฒนาการ

บริการนวดทารกสำหรับเด็กอายุ 0–1 ปี
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการนวดทารกสำหรับเด็กอายุ 0–1 ปี

บริการนวดทารก (สำหรับเด็กอายุ 0–1 ปี) คือ ศาสตร์การสัมผัสและการนวดบำบัดอย่างอ่อนโยนสำหรับทารกแรกเกิดถึง 1 ปี ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการดูแลเด็กเล็กโดยเฉพาะ การนวดทารกช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการไหลเวียนโลหิต พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความผูกพัน (Bonding) บรรเทาอาการไม่สบายตัว และส่งเสริมวงจรการนอนหลับที่มีคุณภาพขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินสภาพร่างกายและอารมณ์ก่อนนวด: ตรวจเช็กความพร้อม สัญญาณชีพ สภาพผิวหนัง และจังหวะอารมณ์ของทารก เพื่อเลือกท่านวดและน้ำหนักสัมผัสที่นุ่มนวลและปลอดภัยเทคนิคการนวดสัมผัสอย่างอ่อนโยน: การลูบไล้และกดสัมผัสเบาๆ ตามแนวกล้ามเนื้อ แขน ขา หลัง และหน้าอก เพื่อกระตุ้นระบบประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหวการนวดท้องเพื่อระบบทางเดินอาหาร: การใช้เทคนิคการนวดท้องวนตามเข็มนาฬิกา เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และบรรเทาอาการร้องโคลิก (Colic)การสาธิตและสอนผู้ปกครอง: การถ่ายทอดเทคนิคการนวดที่ถูกต้อง ปลอดภัย เพื่อให้พ่อแม่สามารถนำกลับไปนวดสร้างความผูกพันและดูแลลูกน้อยได้เองที่บ้านประโยชน์และผลลัพธ์ของบริการช่วยให้ทารกผ่อนคลาย อารมณ์แจ่มใส ลดการร้องกวน และนอนหลับได้ยาวนานขึ้นบรรเทาอาการแน่นท้อง แก๊สในกระเพาะ และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้นกระตุ้นพัฒนาการของระบบประสาท การรับรู้ทางผิวสัมผัส และการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อเสริมสร้างสายสัมพันธ์ ความอบอุ่น และความมั่นคงทางอารมณ์ระหว่างพ่อแม่กับทารก

บริการประเมินทักษะการบริหารจัดการสมอง
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการประเมินทักษะการบริหารจัดการสมอง

บริการประเมินทักษะการบริหารจัดการสมอง (Executive Functions: EF) คือ บริการตรวจประเมินชุดกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้าด้านการคิด การควบคุมอารมณ์ และการกำกับพฤติกรรม เพื่อประเมินความพร้อมและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตนเองเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย การประเมินนี้ช่วยค้นหาจุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาในการวางแผน การจัดลำดับความสำคัญ การคิดยืดหยุ่น และการควบคุมตนเอง เพื่อนำไปสู่ออกแบบกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพสมองเฉพาะบุคคลขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินทักษะการบริหารจัดการตนเองขั้นพื้นฐาน: ประเมินความจำขณะทำงาน (Working Memory) ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจและการควบคุมอารมณ์ (Inhibitory Control) และความยืดหยุ่นในการคิดและการปรับตัว (Cognitive Flexibility)การประเมินทักษะการปฏิบัติงานขั้นสูง: ตรวจวัดความสามารถในการริเริ่มลงมือทำ การวางแผน การจัดระบบข้อมูล การประเมินตนเอง และการมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายจนสำเร็จการใช้เครื่องมือประเมินมาตรฐาน: วัดระดับทักษะผ่านแบบประเมินทางจิตวิทยา กิจกรรมสถานการณ์จำลอง และการสังเกตพฤติกรรมเชิงลึกการสรุปผลและวางแผนส่งเสริมเฉพาะบุคคล: รายงานผลการประเมินอย่างละเอียด พร้อมให้แนวทางแก่ผู้ปกครอง คุณครู หรือผู้รับบริการ ในการฝึกฝนและจัดสภาพแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้าอย่างมีประสิทธิภาพกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมเด็กและเยาวชนที่ต้องการประเมินความพร้อมด้านทักษะการเรียน การคิดวิเคราะห์ และการวางแผนผู้ที่มีปัญหาด้านการจดจ่อ สมาธิสั้น วอกแวกง่าย ขี้ลืม หรือผลัดวันประกันพรุ่งเป็นประจำผู้ที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ยาก หรือมีปัญหาในการปรับตัวเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

บริการประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กแรกเกิดถึงวัยรุ่น
คลินิกเสริมพัฒนาการสมองเด็ก

บริการประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กแรกเกิดถึงวัยรุ่น

บริการประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการเด็กแรกเกิดถึงวัยรุ่น คือ บริการตรวจติดตามสุขภาพทางกาย สัดส่วนร่างกาย และความพร้อมด้านพัฒนาการตามช่วงวัย ตั้งแต่วัยทารกแรกเกิด วัยเด็กตอนต้น เด็กวัยเรียน ไปจนถึงวัยรุ่น โดยใช้เครื่องมือวัดการเจริญเติบโตและแบบประเมินพัฒนาการมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อเฝ้าระวังภาวะทุพโภชนาการ การเจริญเติบโตที่ผิดปกติ และตรวจคัดกรองความล่าช้าด้านพัฒนาการเพื่อการดูแลส่งเสริมหรือรักษาอย่างทันท่วงทีขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินการเจริญเติบโตทางกาย: การวัดและบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูง (หรือความยาวลำตัว) เส้นรอบศีรษะ การประเมินภาวะโภชนาการและการเจริญเติบโตตามเกณฑ์มาตรฐานการตรวจคัดกรองพัฒนาการรอบด้าน: การประเมินพัฒนาการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ ภาษาและการสื่อสาร และการช่วยเหลือตนเองร่วมกับการเข้าสังคมการประเมินการเข้าสู่วัยหนุ่มสาว (สำหรับวัยรุ่น): การตรวจประเมินการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและสรีรวิทยาตามเกณฑ์ เพื่อเฝ้าระวังภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย หรือภาวะการเจริญเติบโตล่าช้าการให้คำแนะนำด้านโภชนาการและการส่งเสริมพัฒนาการ: คำแนะนำเฉพาะบุคคลสำหรับผู้ปกครองในการจัดอาหาร การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และแนวทางการกระตุ้นพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสมกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมทารกแรกเกิดและเด็กเล็กที่ต้องการตรวจติดตามพัฒนาการและการเจริญเติบโตตามนัดหมายสุขภาพเด็กที่มีปัญหาน้ำหนักน้อย การเจริญเติบโตหยุดชะงัก หรือมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเด็กและวัยรุ่นที่ผู้ปกครองสังเกตพบความล่าช้าด้านการเคลื่อนไหว การพูด หรือการปรับตัวเข้ากับสังคม

โปรแกรมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ
คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

โปรแกรมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ

โปรแกรมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว (Strength and Balance Training Program) คือ โปรแกรมการออกกำลังกายเชิงการแพทย์และกายภาพบำบัดฟื้นฟู ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง ความทนทาน และระบบประสาทการทรงตัวของร่างกายโดยเฉพาะ มุ่งเน้นการป้องกันการหกล้ม เสริมสร้างความมั่นคงของข้อต่อและแกนกลางลำตัว พร้อมทั้งฟื้นฟูรูปแบบการเดินให้มั่นคง เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการสามารถเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่ว ปลอดภัย และคงความสามารถในการพึ่งพาตนเองในระยะยาวขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการตรวจประเมินสมรรถภาพทางกายและความเสี่ยงการหกล้ม: ประเมินแรงบีบมือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรยางค์ส่วนล่าง สภาพข้อต่อ การทรงตัวขณะอยู่นิ่งและขณะเคลื่อนไหว (Static and Dynamic Balance) และวิเคราะห์รูปแบบการเดิน (Gait Analysis)การฝึกเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน (Targeted Progressive Resistance Training): การใช้แรงต้าน เช่น ยางยืดออกกำลังกาย (TheraBand) น้ำหนักตัว (Bodyweight) หรือดัมเบลล์น้ำหนักเบา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว สะโพก ต้นขา และข้อเท้าการฝึกระบบประสาทรับรู้และการทรงตัว (Balance & Neuromuscular Retraining): การฝึกทรงตัวบนพื้นผิวต่างระดับ การยืนขาเดียว การถ่ายน้ำหนักตัว และการฝึกตอบสนองต่อแรงรบกวนภายนอก เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทสั่งการและประสาทรับรู้ข้อต่อ (Proprioception)การฝึกทักษะการเคลื่อนไหวเชิงฟังก์ชัน (Functional Movement Training): การจำลองท่าทางที่ใช้ในชีวิตจริง เช่น การลุก-นั่งจากเก้าอี้ การขึ้น-ลงบันได การก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง และเทคนิคการลุกขึ้นอย่างปลอดภัยหากเกิดการหกล้มการออกแบบโปรแกรมฝึกฝนต่อเนื่องที่บ้าน (Home Exercise Plan): การสอนท่าออกกำลังกายที่ปลอดภัยให้แก่ผู้รับบริการและผู้ดูแล พร้อมให้คำแนะนำในการจัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้สูงอายุที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรง ชะลอภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) และลดความเสี่ยงต่อการหกล้มผู้ที่มีปัญหาการทรงตัวไม่มั่นคง ก้าวเดินช้าลง หรือเคยมีประวัติการสะดุดหกล้มมาก่อนผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายหลังการผ่าตัดกระดูก ข้อต่อ หรือฟื้นตัวจากโรคหลอดเลือดสมองวัยผู้ใหญ่ที่ต้องการปรับปรุงบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นคงของแกนกลางลำตัว และเสริมความแข็งแรงของร่างกายเพื่อการเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ

ราคาเริ่มต้น
฿1,200–1,600
ดูรายละเอียด
โปรแกรมฝึกความจำสำหรับผู้สูงอายุ
คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

โปรแกรมฝึกความจำสำหรับผู้สูงอายุ

บริการโปรแกรมฝึกความจำ คือ โปรแกรมการฝึกฝนและฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของสมองด้านความจำและการรู้คิด (Cognitive Rehabilitation) ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทจิตวิทยาและกิจกรรมบำบัด ออกแบบขึ้นเพื่อกระตุ้นกระบวนการรับรู้ การจัดเก็บ และการดึงข้อมูลความจำมาใช้ ผ่านแบบฝึกหัดเชิงโครงสร้าง กิจกรรมกระตุ้นสมอง และการใช้กลยุทธ์ชดเชยความจำ ช่วยชะลอความเสื่อมของระบบประสาท เสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน และคงความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินสมรรถภาพความจำและการรู้คิดเบื้องต้น: การตรวจวัดระดับความจำระยะสั้น ความจำระยะยาว สมาธิจดจ่อ และความเร็วในการประมวลผลข้อมูล เพื่อระบุจุดเด่นและจุดที่บกพร่องสำหรับวางแผนการฝึกเฉพาะบุคคลการฝึกทักษะความจำและการเชื่อมโยงข้อมูล (Internal Memory Strategies): การฝึกใช้เทคนิคช่วยจำเชิงวิทยาศาสตร์ เช่น การจัดหมวดหมู่ข้อมูล (Categorization) การเชื่อมโยงภาพในใจ (Visual Association) และเทคนิคการทวนซ้ำแบบเว้นระยะ (Spaced Retrieval)การฝึกใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ชดเชยภายนอก (External Memory Aids): การฝึกฝนการใช้งานสมุดบันทึกช่วยจำ ตารางกิจวัตรประจำวัน การจัดระเบียบสิ่งแวดล้อมในบ้าน และแอปพลิเคชันช่วยจำ เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตจริงกิจกรรมกระตุ้นการทำงานของสมองรอบด้าน: กิจกรรมเกมฝึกสมอง การแก้ปัญหา และการบริหารสมอง (Brain Gym) เพื่อกระตุ้นความยืดหยุ่นของเซลล์ประสาท (Neuroplasticity)การประเมินความก้าวหน้าและการให้คำแนะนำครอบครัว: การติดตามผลสัมฤทธิ์เป็นระยะ พร้อมแนะนำญาติหรือผู้ดูแลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจดจำและการสื่อสารเชิงบวกที่บ้านกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้สูงอายุหรือผู้ที่เริ่มมีปัญหาหลงลืมตามวัย (Age-Associated Memory Impairment)ผู้ที่มีภาวะรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment: MCI) หรือผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นผู้ที่ผ่านการบาดเจ็บทางสมอง โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือภาวะสมองล้าหลังการเจ็บป่วยเรื้อรังผู้ที่ต้องการป้องกันภาวะสมองเสื่อมเชิงรุก และต้องการเสริมสร้างความคมชัดของสมาธิและความจำ

ราคาเริ่มต้น
฿1,200–1,600
ดูรายละเอียด
บริการทดสอบและประเมินสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ
คลินิกดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

บริการทดสอบและประเมินสุขภาพแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ

บริการทดสอบและประเมินสุขภาพแบบองค์รวม (Comprehensive Geriatric Assessment: CGA) คือ กระบวนการตรวจประเมินทางคลินิกแบบสหวิชาชีพที่ครอบคลุมทุกมิติของสุขภาวะ ได้แก่ ด้านสุขภาพกาย การทำงานของระบบประสาทและการรู้คิด สภาพจิตใจและอารมณ์ ความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ตลอดจนสภาพแวดล้อมทางสังคมและที่อยู่อาศัย มุ่งเน้นการค้นหาปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ ความเปราะบาง (Frailty) และความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลระยะยาวเชิงป้องกันที่ตรงจุดขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินสุขภาพกายและโรคร่วม (Physical & Medical Assessment): การตรวจคัดกรองโรคเรื้อรัง การทบทวนรายการยาที่ใช้อย่างละเอียดเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้ยาซ้ำซ้อนหรือยาที่ไม่เหมาะสม (Polypharmacy) และการตรวจประเมินภาวะโภชนาการการประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (Functional Assessment): การวัดระดับการพึ่งพาตนเองในการใช้ชีวิตประจำวันขั้นพื้นฐาน (ADLs) เช่น การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ และกิจวัตรขั้นต่อเนื่อง (IADLs) เช่น การจัดการเงิน การใช้ยา การเดินทางการประเมินความเสี่ยงต่อการหกล้มและการเคลื่อนไหว (Mobility & Fall Risk): การทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความสมดุลในการทรงตัว และความคล่องตัวในการเดินด้วยเครื่องมือมาตรฐาน เช่น Timed Up and Go (TUG)การประเมินด้านการรู้คิดและสุขภาพจิต (Cognitive & Psychological Assessment): การตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อม ความจำบกพร่องระยะเริ่มต้น (MCI) และคัดกรองภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวลการประเมินสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนทางสังคม (Social & Environmental Assessment): การประเมินความปลอดภัยของที่อยู่อาศัย ภาระและความพร้อมของผู้ดูแล (Caregiver Burden) เพื่อเชื่อมโยงระบบสนับสนุนที่เหมาะสมการจัดทำแผนการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Care Plan): การสังเคราะห์ข้อมูลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษา ปรับพฤติกรรม และติดตามผลอย่างต่อเนื่องกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่ต้องการตรวจเช็กความพร้อมของสุขภาพรอบด้านเชิงรุกผู้ที่มีปัญหาโรคเรื้อรังหลายโรค รับประทานยาเป็นประจำจำนวนมาก (หลายขนาน)ผู้ที่มีสัญญาณของความถดถอย เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อยง่าย ทรงตัวไม่มั่นคง หกล้มบ่อย หรือเริ่มมีความจำหลงลืมครอบครัวที่ต้องการวางแผนการดูแลระยะยาว และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ

บริการฝึกการผ่อนคลายและสร้างสมดุลจิตใจ
คลินิกใจสบาย

บริการฝึกการผ่อนคลายและสร้างสมดุลจิตใจ

ฝึกการผ่อนคลายและสร้างสมดุลจิตใจ คือ กระบวนการฟื้นฟูสุขภาวะทางอารมณ์และระบบประสาทผ่านเทคนิคการผ่อนคลายเชิงวิทยาศาสตร์และการฝึกสติ เพื่อลดผลกระทบทางกายและใจจากความเครียดสะสม ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะพักผ่อนอย่างแท้จริง คืนความสงบทางอารมณ์ และปรับสมดุลการทำงานของร่างกายและจิตใจให้สอดประสานกันขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการฝึกควบคุมลมหายใจและการทำงานของระบบประสาท: การฝึกหายใจระดับลึกด้วยกระบังลม (Diaphragmatic Breathing) เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและลดระดับฮอร์โมนความเครียดการฝึกคลายกล้ามเนื้อตามลำดับ: เทคนิคการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อเป็นกลุ่มๆ (Progressive Muscle Relaxation: PMR) เพื่อปลดปล่อยความตึงตัวที่สะสมตามร่างกายและเพิ่มการรับรู้ความรู้สึกทางกายการฝึกสติและจินตภาพบำบัด: การนำจิตเข้าสู่ความสงบด้วยการฝึกรู้ตัวในปัจจุบัน (Mindfulness Practice) และการสร้างภาพในจินตนาการเชิงบวก (Guided Imagery) เพื่อลดความคิดฟุ้งซ่านและเสริมสร้างความสงบภายในจิตใจการสร้างแผนการผ่อนคลายประจำวัน: การแนะนำกิจวัตรการผ่อนคลายที่ทำได้ง่ายด้วยตนเองที่บ้าน พร้อมเทคนิคการปรับสภาวะจิตใจก่อนนอนเพื่อช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ที่มีภาวะเครียดสะสม วิตกกังวล หรือรู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ตลอดเวลาผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ หลับยาก นอนหลับไม่สนิท หรือตื่นขึ้นมาแล้วไม่สดชื่นผู้ที่มีอาการตึงเกร็งทางกายจากความเครียด เช่น ปวดศีรษะ ปวดบ่าสะบัก หรือกล้ามเนื้อเกร็งโดยไม่รู้ตัว

ราคาเริ่มต้น
฿350–500
ดูรายละเอียด
บริการฝึกพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างสุขภาพจิต
คลินิกใจสบาย

บริการฝึกพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างสุขภาพจิต

บริการฝึกพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างสุขภาพจิต คือ กระบวนการส่งเสริมสุขภาวะทางใจเชิงรุกที่มุ่งเน้นการดึงศักยภาพภายใน การค้นพบจุดแข็ง และการสร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์และจิตใจ (Resilience) ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการฝึกฝนเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถปรับตัว เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง จัดการเป้าหมายในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีสุขภาวะทางจิตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการสำรวจจุดแข็งและศักยภาพส่วนบุคคล: การประเมินเพื่อทำความเข้าใจจุดเด่น ค่านิยม ทัศนคติ และแบบแผนพฤติกรรม เพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาตนเองการฝึกทักษะทางอารมณ์และสังคม: การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ทักษะการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก และการสร้างกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)การสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นทางใจ: การฝึกกระบวนการฟื้นตัวจากวิกฤต (Bounce Back) เทคนิคการรับมือกับความกดดัน และการเปลี่ยนความเครียดให้เป็นพลังขับเคลื่อนเชิงบวกการวางแผนพัฒนาเป้าหมายชีวิต: การร่วมกันตั้งเป้าหมายส่วนบุคคลหรือการทำงานที่สอดคล้องกับคุณค่าในใจ พร้อมติดตามความก้าวหน้าเพื่อรักษาความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance)กลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ที่ต้องการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ค้นหาศักยภาพ และเพิ่มความมั่นใจในตนเองผู้ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตหรือการทำงาน และต้องการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานที่ต้องการรับมือกับความกดดันและป้องกันภาวะหมดไฟเชิงรุก

ราคาเริ่มต้น
฿350–500
ดูรายละเอียด
บริการฝึกการบำบัดทางจิต
คลินิกใจสบาย

บริการฝึกการบำบัดทางจิต

ฝึกการบำบัดทางจิต คือ กระบวนการฝึกทักษะทางจิตวิทยาและการบำบัดทางจิตตามหลักวิชาชีพ (Psychotherapy Training and Practice) เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจกลไกการทำงานของความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม พร้อมทั้งฝึกฝนเทคนิคการปรับเปลี่ยนแบบแผนทางความคิดที่ไม่สร้างสรรค์ จัดการอารมณ์เชิงลบ และฟื้นฟูทักษะการดำเนินชีวิต เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาและความกดดันได้อย่างเข้มแข็งด้วยตนเองขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินและตั้งเป้าหมายทางคลินิก: การวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคล แบบแผนทางความคิด พฤติกรรม และสิ่งกระตุ้น เพื่อร่วมกันกำหนดเป้าหมายในการบำบัดการฝึกใช้เครื่องมือและเทคนิคการบำบัด: การฝึกฝนเทคนิคจิตบำบัดที่เหมาะสม เช่น การปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) การฝึกสติเพื่อการบำบัด (Mindfulness-Based Intervention) หรือการจัดการการตอบสนองทางอารมณ์การฝึกปฏิบัติและจำลองสถานการณ์จริง: การทำแบบฝึกหัดเชิงปฏิบัติการ การจำลองสถานการณ์ (Role-play) เพื่อทดลองใช้ทักษะใหม่ในการแก้ปัญหาและการสื่อสารในพื้นที่ปลอดภัยการวางแผนฝึกฝนต่อเนื่องและการติดตามผล: การมอบหมายการบ้านเพื่อนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมประเมินความก้าวหน้าและปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่องกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ที่มีภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือความเครียดสะสมที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนความคิดวนซ้ำ ความคิดเชิงลบ หรือพฤติกรรมที่สร้างปัญหาผู้ที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ (Resilience) และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาทางอารมณ์ในระยะยาว

ราคาเริ่มต้น
฿350–500
ดูรายละเอียด
บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและสุขภาพจิตศึกษา
คลินิกใจสบาย

บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและสุขภาพจิตศึกษา

บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและสุขภาพจิตศึกษา คือ กระบวนการดูแลสุขภาพใจที่บูรณาการระหว่างการให้คำปรึกษา (Counseling) เพื่อรับฟัง ทำความเข้าใจ และร่วมกันหาทางออกสำหรับปัญหาทางอารมณ์ กับการให้สุขภาพจิตศึกษา (Psychoeducation) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาวะจิตใจ กลไกทางอารมณ์ และโรคทางจิตเวช ช่วยเสริมสร้างทักษะในการจัดการตนเองและฟื้นคืนสมดุลในชีวิตประจำวันขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา: พื้นที่ปลอดภัยและรักษาความลับในการรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ เพื่อช่วยคลี่คลายความทุกข์ใจ ปัญหาความสัมพันธ์ ภาวะวิกฤตทางอารมณ์ หรือการเผชิญความเปลี่ยนแปลงในชีวิตการให้สุขภาพจิตศึกษา: การถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการที่เข้าใจง่ายเกี่ยวกับอาการ ปัจจัยกระตุ้น แนวทางการดูแลรักษา และการฟื้นฟู เพื่อลดความกังวลและลดอคติต่อปัญหาสุขภาพจิตการเสริมสร้างทักษะการรับมือ (Coping Strategies): การแนะนำและฝึกฝนเทคนิคการจัดการความเครียด การควบคุมอารมณ์ การปรับเปลี่ยนมุมมองทางความคิด และการสื่อสารเชิงบวกการวางแผนดูแลร่วมกัน: การกำหนดแนวทางการดูแลสุขภาพใจอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมสุขอนามัยการนอนหลับ และการให้คำแนะนำแก่ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดในการดูแลเกื้อหนุนกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ที่เผชิญกับความเครียด ความวิตกกังวล ความเศร้า หรือมีปัญหาในการปรับตัวผู้ที่มีข้อสงสัยหรือได้รับการวินิจฉัยภาวะทางจิตเวช และต้องการทำความเข้าใจอาการของตนเองอย่างถูกต้องคนในครอบครัวหรือผู้ดูแลที่ต้องการความรู้และแนวทางในการอยู่ร่วมและดูแลผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต

ราคาเริ่มต้น
฿350–500
ดูรายละเอียด
บริการคัดกรองสุขภาพจิต
คลินิกใจสบาย

บริการคัดกรองสุขภาพจิต

คัดกรองสุขภาพจิต คือ บริการประเมินสภาวะทางอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรมเบื้องต้น เพื่อตรวจหาความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยใช้เครื่องมือและแบบประเมินมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อนำไปสู่การวางแผนดูแลสุขภาพใจและป้องกันปัญหาระยะยาวได้อย่างทันท่วงทีขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการใช้แบบประเมินมาตรฐาน: การคัดกรองผ่านเครื่องมือวัดระดับสุขภาพจิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและความผิดปกติเบื้องต้นการซักประวัติและประเมินสภาวะอารมณ์: การสอบถามประวัติ ความกังวลใจ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัจจัยกระตุ้นความเครียดโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญการแปลผลและให้คำปรึกษาเบื้องต้น: การอธิบายผลการตรวจประเมินอย่างละเอียด พร้อมให้แนวทางในการดูแลตนเอง การปรับพฤติกรรม และการสร้างสุขภาวะทางใจที่ดีการส่งต่อเพื่อการรักษา: การประสานงานส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษากับจิตแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพอย่างเหมาะสม ในกรณีที่พบความเสี่ยงสูงกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ที่มีภาวะเครียดสะสม รู้สึกหมดพลัง หรือมีอาการเหนื่อยล้าทางอารมณ์ผู้ที่ประสบปัญหาการนอนหลับ อารมณ์แปรปรวน หรือรู้สึกวิตกกังวลผิดปกติผู้ที่ต้องการตรวจเช็กสภาวะจิตใจและเฝ้าระวังสุขภาพจิตเชิงป้องกัน

นวดฝ่าเท้า
บ้านดอกปีบนวดเพื่อสุขภาพ

นวดฝ่าเท้า

นวดฝ่าเท้า คือ ศาสตร์การดูแลสุขภาพด้วยการกดจุดสะท้อน (Reflexology) บริเวณฝ่าเท้าและขาท่อนล่าง ดำเนินการโดยผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐาน เน้นการกระตุ้นปลายประสาทและจุดสะท้อนที่เชื่อมโยงกับอวัยวะภายในต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และฟื้นฟูความเมื่อยล้าสะสมประโยชน์และผลลัพธ์ของบริการบรรเทาอาการเมื่อยล้าเท้าและขา: คลายกล้ามเนื้อบริเวณฝ่าเท้า ข้อเท้า และน่อง ลดอาการตึงเกร็งและอาการบวมน้ำจากการยืนหรือเดินนานกระตุ้นระบบไหลเวียนและสมดุลร่างกาย: เสริมประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองจากส่วนปลายกลับสู่หัวใจ พร้อมกระตุ้นการทำงานของระบบอวัยวะภายในให้ทำงานได้อย่างสมดุลผ่อนคลายระบบประสาท: ช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล ปรับสภาวะอารมณ์ และช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้นกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมผู้ที่ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน: พนักงานบริการ พนักงานขาย บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่ต้องยืนทำงานต่อเนื่องผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว: ผู้ที่เดินระยะไกลหรือเดินทางต่อเนื่องจนเกิดอาการล้าบริเวณเท้าและน่องผู้ที่ต้องการฟื้นฟูระบบไหลเวียน: ผู้ที่รู้สึกขาหนัก ปวดเมื่อยช่วงล่าง หรือต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมผ่านการกดจุดสะท้อน

บริการนวดคอ บ่า ไหล่
บ้านดอกปีบนวดเพื่อสุขภาพ

บริการนวดคอ บ่า ไหล่

บริการนวดคอ บ่า ไหล่ คือ บริการนวดบำบัดเฉพาะจุดบริเวณส่วนบนของร่างกาย ดำเนินการโดยผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐาน เน้นการกดจุด คลึงเส้น และคลายพังผืดกล้ามเนื้อบริเวณที่มีการสะสมความตึงเครียดมากที่สุด เพื่อคืนความยืดหยุ่นและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนบนประโยชน์และผลลัพธ์ของบริการคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด: บรรเทาอาการคอแข็ง บ่าตึง ไหล่ติด และลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อสะบักลดอาการปวดตึงศีรษะ: ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากความเครียดและอาการมึนศีรษะที่เกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อต้นคอกระตุ้นการไหลเวียนเลือด: เพิ่มการนำพาออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงบริเวณศีรษะ ลำคอ และสมองได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้รู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลายกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมกลุ่มทำงานหน้าจอ: ผู้ทำงานออฟฟิศ โปรแกรมเมอร์ หรือผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนต่อเนื่องเป็นเวลานานกลุ่มเดินทางและขับขี่: ผู้ที่ต้องขับรถระยะทางไกลหรือนั่งควบคุมพวงมาลัยเป็นเวลานานผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง: ผู้ที่มีอิริยาบถในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งห่อไหล่ ก้มคอทำงาน หรือยกไหล่โดยไม่รู้ตัว

บริการนวดไทย
บ้านดอกปีบนวดเพื่อสุขภาพ

บริการนวดไทย

นวดไทยเพื่อสุขภาพ คือ ศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยการกด รีดเส้น ยืดเหยียด และดัดดึงร่างกายตามแนวเส้นประธาน ดำเนินการโดยผู้ให้บริการที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานด้านการนวดไทยและการนวดเพื่อสุขภาพ เพื่อฟื้นฟูสมดุล ปรับโครงสร้างร่างกาย และคลายความเหนื่อยล้าสะสมประโยชน์และผลลัพธ์ของบริการคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ: บรรเทาอาการปวดเมื่อยเฉพาะจุด อาการเกร็งตัว และเพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นเอ็นและข้อต่อกระตุ้นระบบไหลเวียน: ช่วยให้ระบบเลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายขับของเสียและนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่อนคลายจิตใจและลดความเครียด: ช่วยปรับสมดุลระบบประสาท ลดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้นกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมกลุ่มวัยทำงาน: ผู้ที่มีภาวะออฟฟิศซินโดรม ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือนั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานานผู้มีอาการปวดเมื่อย: ผู้ที่มีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรังจากการใช้งานหนักหรือการออกกำลังกายผู้ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน: ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย ปรับสมดุลกล้ามเนื้อ และผ่อนคลายความเครียดในชีวิตประจำวัน

บริการให้คำปรึกษาด้านควบคุมน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการให้คำปรึกษาด้านควบคุมน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด

บริการให้คำปรึกษาด้านควบคุมน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด คือ บริการดูแลและจัดการโภชนาการควบคู่กับการปรับพฤติกรรมสุขภาพเฉพาะบุคคล ดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์และนักกำหนดอาหาร เพื่อให้สตรีตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ที่ปลอดภัยต่อการเจริญเติบโตรองรับทารกในครรภ์ และช่วยให้มารดาหลังคลอดสามารถฟื้นฟูรูปร่าง ลดน้ำหนักส่วนเกินได้อย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมแม่ขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการประเมินภาวะโภชนาการและคำนวณเป้าหมายน้ำหนัก: การตรวจวัดดัชนีมวลกาย (BMI) ก่อนตั้งครรภ์ และกำหนดเป้าหมายน้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มขึ้นในแต่ละไตรมาสตามเกณฑ์มาตรฐานสูติศาสตร์ (IOM Guidelines) หรือกำหนดเป้าหมายการลดน้ำหนักหลังคลอดที่ปลอดภัยการออกแบบแผนโภชนาการเฉพาะบุคคล: การจัดสัดส่วนสารอาหารจำเป็น (โปรตีน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไขมันดี วิตามิน และแร่ธาตุ) ที่เพียงพอต่อพัฒนาการทารก โดยหลีกเลี่ยงพลังงานส่วนเกินจากน้ำตาลและไขมันอิ่มตัวการป้องกันและจัดการภาวะแทรกซ้อนทางเมแทบอลิซึม: การดูแลโภชนาการเชิงป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อลดความเสี่ยงภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GDM) และภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์แผนการฟื้นฟูน้ำหนักและรูปร่างหลังคลอด (Postpartum Weight Management): การให้คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเพื่อกระตุ้นน้ำนมแม่ควบคู่กับการเผาผลาญพลังงานอย่างปลอดภัย โดยไม่ใช้วิธีอดอาหารหรือการจำกัดแคลอรีที่รุนแรงคำแนะนำกิจกรรมทางกายและการปรับพฤติกรรม: การวางแผนการเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกายเบาๆ ที่ปลอดภัยในแต่ละช่วงเวลา พร้อมการติดตามและปรับแผนอย่างต่อเนื่องกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสตรีตั้งครรภ์ที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็วเกินเกณฑ์ หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการลดน้ำหนักส่วนเกิน ฟื้นฟูสรีระอย่างถูกหลักโภชนาการโดยไม่ส่งผลเสียต่อการให้นมบุตรผู้ที่ต้องการวางแผนการรับประทานอาหารที่สมดุลตลอดช่วงการตั้งครรภ์และระยะให้นมบุตร

บริการแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เฉพาะราย
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เฉพาะราย

บริการแก้ไขปัญหาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เฉพาะราย คือ บริการทางคลินิกเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อตรวจวินิจฉัย จัดการ และฟื้นฟูอุปสรรคในการให้นมแม่ที่มีความซับซ้อนหรือไม่ตอบสนองต่อการดูแลทั่วไป ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Lactation Consultant) และทีมบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสืบค้นสาเหตุเชิงลึกทั้งจากกายวิภาคของแม่และทารก พร้อมวางแผนการรักษาและการพยาบาลเฉพาะบุคคลที่ตรงจุด ช่วยให้มารดาสามารถให้นมบุตรได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการซักประวัติและตรวจวินิจฉัยเชิงลึกเฉพาะบุคคล: การประเมินประวัติการคลอด กายวิภาคของเต้านมและหัวนม พฤติกรรมการดูดนมของทารกอย่างละเอียด รวมถึงการสืบค้นภาวะพังผืดใต้ลิ้น (Tongue-tie) หรือความผิดปกติของช่องปากทารกการจัดการภาวะเต้านมและท่อน้ำนมซับซ้อน: การรักษาและบรรเทาอาการเต้านมคัดตึงขั้นรุนแรง ท่อน้ำนมอุดตันเรื้อรัง ก้อนเต้านมอักเสบ (Mastitis) ไวท์ดอท (White Dot / Bleb) และอาการปวดเต้านมจากเชื้อราหรือหลอดเลือดหดเกร็ง (Vasospasm)การปรับและฝึกฝนทักษะการดูดกลืนเฉพาะคู่แม่ลูก: การแก้ไขปัญหาลูกปฏิเสธเต้า ทารกหลับคาเต้า ทารกกลืนลมมาก หรือการฝึกทารกที่ติดขวดนมให้กลับมาดูดเต้าแม่ (Relactation / Re-latching) ด้วยเทคนิคและอุปกรณ์เสริมเฉพาะทางการฟื้นฟูและกระตุ้นปริมาณน้ำนมเฉพาะบุคคล: การวางตารางการปั๊มนม การเข้าเต้า และการใช้เทคนิคกระตุ้นแบบผสมผสานสำหรับคุณแม่ที่มีภาวะน้ำนมน้อยจากปัญหาฮอร์โมน การผ่าตัด หรือภาวะคลอดก่อนกำหนดการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและการปรับแผนการดูแล: การติดตามประเมินน้ำหนักตัวของทารก ประสิทธิภาพการถ่ายเทน้ำนม (Milk Transfer) และการให้คำปรึกษาปรับเปลี่ยนแผนการดูแลต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของมารดากลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมมารดาที่มีภาวะเต้านมอักเสบเรื้อรัง ท่อน้ำนมอุดตันซ้ำซาก หรือหัวนมแตกเป็นแผลเรื้อรังที่รักษาไม่หายแม่และทารกที่พยายามเข้าเต้าแล้วแต่ยังเจ็บปวด หรือลูกไม่สามารถดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพทารกที่มีปัญหาทางกายวิภาค เช่น พังผืดใต้ลิ้น (Tongue-tie/Lip-tie) หรือทารกที่มีภาวะปฏิเสธเต้าอย่างรุนแรงคุณแม่ที่คลอดก่อนกำหนด คุณแม่ลูกแฝด หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูการสร้างน้ำนมหลังหยุดให้นมไประยะหนึ่ง (Relactation)

บริการการประเมินและการให้การปรึกษาด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการการประเมินและการให้การปรึกษาด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

บริการการประเมินและการให้การปรึกษาด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือ บริการตรวจติดตามการฟื้นตัวของมารดาและทารกแรกเกิดอย่างครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาการให้นมแม่โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Lactation Consultant) เพื่อสนับสนุนให้มารดาสามารถฟื้นฟูสุขภาพกายและใจได้อย่างราบรื่น ลดความวิตกกังวล และสร้างความมั่นใจในการให้นมแม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการตรวจประเมินการฟื้นตัวของมารดาหลังคลอด: การตรวจเช็กการหดรัดตัวของมดลูก แผลฝีเย็บหรือแผลผ่าตัดคลอด การขับน้ำคาวปลา ตรวจประเมินเต้านมและหัวนม พร้อมคัดกรองภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression Screening)การประเมินทารกแรกเกิดและการดูดนม: การประเมินการเจริญเติบโต การขับถ่าย สัญญาณภาวะตัวเหลือง และการตรวจช่องปากเพื่อประเมินภาวะพังผืดใต้ลิ้น (Tongue-tie) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดูดนมการฝึกทักษะการให้นมแม่เชิงปฏิบัติการ: การปรับท่าทางการให้นม (Positioning) และการเข้าเต้าที่ถูกวิธี (Latching) เพื่อให้ทารกดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้คุณแม่เจ็บเต้านมการจัดการและแก้ไขปัญหาเต้านมและน้ำนม: การดูแลรักษาอาการหัวนมแตก เจ็บหัวนม ท่อน้ำนมอุดตัน เต้านมคัดตึง เต้านมอักเสบ รวมถึงเทคนิคการกระตุ้นน้ำนมในกรณีน้ำนมน้อยการวางแผนการเก็บสต๊อกนมแม่และการกลับไปทำงาน: คำแนะนำการใช้เครื่องปั๊มนม การเลือกลักษณะกรวยปั๊มที่เหมาะสม การจัดเก็บและละลายน้ำนมแม่ และการวางแผนรักษาปริมาณน้ำนมเมื่อต้องกลับไปทำงานประจำกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมมารดาหลังคลอดที่ต้องการตรวจเช็กสุขภาพร่างกายและการฟื้นตัวหลังการคลอดบุตรคุณแม่ที่ประสบปัญหาในการให้นม เช่น หัวนมแตก เจ็บเต้านม เต้านมคัด ท่อน้ำนมอุดตัน หรือน้ำนมมาช้าคุณแม่ที่ลูกมีปัญหาการเข้าเต้า หลุดง่าย ไม่ยอมดูดเต้า หรือน้ำหนักตัวขึ้นช้ามารดาที่กำลังเตรียมตัวกลับไปทำงานและต้องการวางแผนปั๊มนมและจัดระบบสต๊อกนมแม่

โปรแกรมเตรียมพร้อมคลอดและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายคุณแม่
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

โปรแกรมเตรียมพร้อมคลอดและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายคุณแม่

โปรแกรมเตรียมพร้อมคลอดและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายคุณแม่ คือ โปรแกรมการเตรียมความพร้อมเชิงบูรณาการที่รวม 2 หลักสูตรสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ การอบรมเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด และ การอบรมการออกกำลังกายในระยะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความรู้ในการรับมือกับกระบวนการคลอดอย่างมั่นใจ ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของร่างกาย และสมรรถภาพทางกายที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติอย่างถูกต้องและปลอดภัยภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางสุขภาพขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการส่วนที่ 1: การอบรมเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด (Childbirth Preparation)ความรู้เกี่ยวกับระยะของการคลอด กลไกการเจ็บครรภ์ สัญญาณเตือนก่อนคลอด และการเตรียมตัวก่อนเดินทางมาโรงพยาบาลการฝึกทักษะการหายใจ (Breathing Techniques) และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อช่วยจัดการความเจ็บปวดและความวิตกกังวลระหว่างคลอดการฝึกจัดท่าทางที่เหมาะสมในระยะคลอด (Maternal Positioning) เพื่อส่งเสริมความสบายและสนับสนุนความก้าวหน้าของการคลอดการเตรียมบทบาทของคู่สมรสหรือครอบครัวในการสนับสนุนระหว่างคลอด การนวดบรรเทาปวด และการดูแลด้านจิตใจของมารดาส่วนที่ 2: การอบรมการออกกำลังกายในระยะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย (Safe Exercise During Pregnancy)การให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ หลักการ และข้อควรระวังในการออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงการประเมินความพร้อมและข้อจำกัดด้านสุขภาพก่อนเริ่มกิจกรรมการฝึกออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลางที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ เช่น การเดิน การเคลื่อนไหวร่างกาย และการบริหารกล้ามเนื้อ เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงและความทนทานของร่างกายการฝึกยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching Exercises) และการปรับท่าทาง (Postural Training) เพื่อช่วยลดอาการปวดหลัง ความตึงของกล้ามเนื้อ และความไม่สบายตัวจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายระหว่างตั้งครรภ์การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Floor Muscle Exercises) และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมการพยุงอวัยวะภายในและเตรียมความพร้อมของร่างกายสำหรับการคลอดและการฟื้นตัวหลังคลอดการฝึกควบคุมการหายใจ การทรงตัว และการผ่อนคลายร่างกายร่วมกับการเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมความมั่นใจและลดความเครียดระหว่างตั้งครรภ์การแนะนำแนวทางออกกำลังกายด้วยตนเองที่บ้านอย่างปลอดภัย การปรับระดับความหนักให้เหมาะสม และการสังเกตอาการผิดปกติที่ควรหยุดออกกำลังกายและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรสที่ต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอด ควบคู่กับการเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายอย่างเหมาะสมและปลอดภัยหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ต่อการออกกำลังกาย และต้องการเรียนรู้วิธีออกกำลังกายที่เหมาะสมกับอายุครรภ์พ่อแม่มือใหม่ที่ต้องการความรู้และทักษะในการรับมือกับกระบวนการคลอด รวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจระหว่างตั้งครรภ์หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการบรรเทาอาการไม่สบายตัว เช่น ปวดหลัง กล้ามเนื้อตึง หรือมีปัญหาการทรงตัวจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายครอบครัวที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนสุขภาพมารดา เสริมสร้างความมั่นใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดอย่างเป็นระบบหมายเหตุ: การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ควรปรับให้เหมาะสมกับอายุครรภ์ ภาวะสุขภาพ และความเสี่ยงเฉพาะบุคคล โดยผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือข้อจำกัดทางการแพทย์ควรได้รับการประเมินและคำแนะนำจากแพทย์หรือบุคลากรทางสุขภาพก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ โปรแกรมมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพและเตรียมความพร้อม ไม่สามารถรับประกันรูปแบบหรือผลลัพธ์ของการคลอดได้

โปรแกรมเตรียมพร้อมคลอดและส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อย
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

โปรแกรมเตรียมพร้อมคลอดและส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อย

โปรแกรมเตรียมพร้อมคลอดและส่งเสริมพัฒนาการลูกน้อย คือ โปรแกรมการเตรียมความพร้อมเชิงบูรณาการที่รวม 2 หลักสูตรสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ การอบรมเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด และ การอบรมการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด เพื่อเตรียมความพร้อมรอบด้านทั้งการรับมือกับกระบวนการคลอดอย่างมั่นใจ และการวางรากฐานพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท ตลอดจนสายสัมพันธ์ของลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ต่อเนื่องสู่วัยแรกเกิดขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการส่วนที่ 1: การอบรมเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด (Childbirth Preparation)ความรู้เกี่ยวกับระยะของการคลอด กลไกการเจ็บครรภ์ และสัญญาณเตือนก่อนคลอดการฝึกทักษะการหายใจ (Breathing Techniques) และการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการปวดการจัดท่าทางเพื่อช่วยให้ทารกลงสู่อุ้งเชิงกรานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Maternal Positioning)การเตรียมบทบาทของคู่สมรสหรือครอบครัวในการเป็นผู้ช่วยคลอด การนวดบรรเทาปวด และการดูแลจิตใจมารดาส่วนที่ 2: การอบรมส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และแรกเกิด (Fetal & Newborn Development)เทคนิคการกระตุ้นประสาทสัมผัสและพัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ผ่านเสียง การสัมผัส และแสงการส่งเสริมสายสัมพันธ์แนบเนื้อ (Skin-to-Skin Contact / Kangaroo Care) ทันทีหลังคลอดการฝึกอ่านสัญญาณภาษากาย เสียงร้อง และการตอบสนองของทารกแรกเกิด (Decoding Baby Cues)การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อสนับสนุนวงจรการนอนหลับและการเจริญเติบโตของทารกที่บ้านกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรสที่ต้องการเตรียมพร้อมด้านกระบวนการคลอดและการดูแลกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยไปพร้อมกันพ่อแม่มือใหม่ที่ต้องการความมั่นใจในการรับมือวันคลอดและทักษะการเลี้ยงดูทารกแรกเกิดเชิงวิทยาศาสตร์ครอบครัวที่ต้องการเน้นการเรียนรู้เพื่อสร้างความมั่นคงทางอารมณ์และสายสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับลูกตั้งแต่ในครรภ์

โปรแกรมแพ็กเกจรวมเตรียมความพร้อมก่อนคลอด 3 บริการ
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

โปรแกรมแพ็กเกจรวมเตรียมความพร้อมก่อนคลอด 3 บริการ

โปรแกรมแพ็กเกจรวมเตรียมความพร้อมก่อนคลอด 3 บริการ (Triple Antenatal Care Package) คือ โปรแกรมการเตรียมความพร้อมเชิงบูรณาการที่รวบรวม 3 หลักสูตรสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และครอบครัวไว้ในโปรแกรมเดียว ได้แก่ การอบรมเตรียมตัวคลอด การส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และแรกเกิด และการอบรมออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างความพร้อมทั้งด้านสรีระร่างกาย กล้ามเนื้อ ความรู้ความเข้าใจในการคลอด และการดูแลระบบประสาทและสมองของลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์จนถึงวัยแรกเกิดองค์ประกอบและขอบเขตบริการทั้ง 3 ด้าน1. อบรมเตรียมหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวเพื่อการคลอด (Childbirth Preparation):ให้ความรู้เกี่ยวกับระยะต่าง ๆ ของการคลอดและสัญญาณเตือนก่อนคลอดฝึกฝนเทคนิคการหายใจและการผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดความเจ็บปวดฝึกการจัดท่าทางช่วยคลอดและการใช้ลูกบอลคลอด (Birth Ball)เตรียมความพร้อมให้คู่สมรส/ครอบครัวในการเป็นผู้ช่วยคลอดและดูแลมารดาหลังคลอด2. อบรมการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด (Fetal & Newborn Development):เทคนิคการกระตุ้นประสาทสัมผัสและพัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ผ่านเสียง การสัมผัส และแสงการฝึกสัมผัสแบบแนบเนื้อ (Skin-to-Skin Contact) หลังคลอดการอ่านภาษากาย สัญญาณความต้องการ และเสียงร้องของทารกแรกเกิด (Baby Cues)การจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการนอนหลับและการเจริญเติบโตของทารก3. อบรมการออกกำลังกายในระยะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย (Safe Prenatal Exercise):การคัดกรองความพร้อมทางกายภาพและข้อควรระวังทางการแพทย์เฉพาะบุคคลการจัดระเบียบโครงสร้างร่างกาย (Ergonomics) ลดอาการปวดหลังและปวดกระดูกเชิงกรานการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel Exercises) และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวท่ายืดเหยียดและการเคลื่อนไหวแบบแรงกระแทกต่ำ (Low-Impact) ที่ปลอดภัยต่อครรภ์กลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมสตรีตั้งครรภ์และคู่สมรสที่ต้องการรับการเตรียมความพร้อมครบทั้ง 3 มิติ (การคลอด, พัฒนาการลูก, และการออกกำลังกาย) ในโปรแกรมเดียวว่าที่คุณแม่ที่ต้องการเตรียมกล้ามเนื้อและร่างกายให้แข็งแรง ควบคู่กับการลดความกังวลต่อกระบวนการคลอดครอบครัวที่ต้องการความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติในการดูแลและกระตุ้นพัฒนาการทารกตั้งแต่ในครรภ์จนถึงแรกเกิด

บริการการออกกำลังกายในระยะตั้งครรภ์
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการการออกกำลังกายในระยะตั้งครรภ์

โปรแกรมฝึกอบรมการออกกำลังกายในระยะตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย คือ โปรแกรมการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการเคลื่อนไหวร่างกายที่ออกแบบขึ้นโดยเฉพาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ โดยอิงตามหลักกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์การกีฬา เพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น ลดอาการปวดเมื่อยที่พบบ่อยระหว่างตั้งครรภ์ และเตรียมความพร้อมของร่างกายสำหรับการคลอด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการคัดกรองความพร้อมและข้อจำกัดทางกายภาพ: ตรวจเช็กอายุครรภ์ สัญญาณชีพ และประเมินข้อห้ามหรือภาวะเสี่ยงทางการแพทย์ก่อนเริ่มกิจกรรม เพื่อวางโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลการฝึกการจัดระเบียบโครงสร้างร่างกายและการยศาสตร์: การปรับท่าทางการยืน เดิน นั่ง และนอน เพื่อลดแรงกดทับบริเวณแนวกระดูกสันหลัง บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเอว และอาการปวดกระดูกเชิงกรานการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและแกนกลางลำตัว: การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel Exercises) ร่วมกับการหายใจ และการกระชับกล้ามเนื้อแกนกลางอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันภาวะปัสสาวะเล็ดและช่วยพยุงครรภ์โปรแกรมการยืดเหยียดและคาร์ดิโอแรงกระแทกต่ำ (Low-Impact): การฝึกท่าโยคะสำหรับคนท้อง การใช้ลูกบอลออกกำลังกาย (Birth Ball) และการเคลื่อนไหวที่ไม่ก่อให้เกิดแรงกระแทกต่อข้อต่อข้อควรระวังและสัญญาณอันตราย: การให้ความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที เช่น อาการหน้ามืด เหนื่อยหอบผิดปกติ มีเลือดออก หรือมดลูกบีบตัวถี่กลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์ (ที่ผ่านการประเมินจากสูติแพทย์แล้วว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นข้อห้าม) ที่ต้องการดูแลสุขภาพและรูปร่างอย่างปลอดภัยสตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการปวดหลัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีปัญหาความตึงตัวของร่างกายจากการเปลี่ยนแปลงของสรีรวิทยาว่าที่คุณแม่ที่ต้องการเตรียมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบทางเดินหายใจเพื่อรองรับการคลอดธรรมชาติ

บริการการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด
คลินิกครอบครัวอุ่นสุข

บริการการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด

โปรแกรมฝึกอบรมการส่งเสริมพัฒนาการทารกในครรภ์และทารกแรกเกิด คือ หลักสูตรเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่และครอบครัว ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของสมองและระบบประสาทตั้งแต่ช่วงที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงวัยแรกเกิด ผ่านองค์ความรู้ทางประสาทวิทยาศาสตร์ การกระตุ้นประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม และการสร้างสายสัมพันธ์ที่อบอุ่น เพื่อวางรากฐานทางร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญาที่ดีตั้งแต่วันแรกของชีวิตขอบเขตและขั้นตอนการให้บริการการกระตุ้นประสาทสัมผัสและพัฒนาการทารกในครรภ์: การเรียนรู้วิธีกระตุ้นระบบประสาทผ่านเสียงเพลง เสียงพูดคุยของพ่อแม่ การสัมผัสหน้าท้อง การเคลื่อนไหวเบาๆ และการรับรู้แสงตามช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมการดูแลสุขภาวะมารดาเพื่อส่งผลต่อทารกในครรภ์: คำแนะนำด้านโภชนาการที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์สมอง การควบคุมอารมณ์ และการจัดการความเครียดของมารดาเพื่อลดการหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทารกการส่งเสริมพัฒนาการและการดูแลทารกแรกเกิด (Newborn Stimulation): การฝึกทักษะการสัมผัสแบบแนบเนื้อ (Skin-to-Skin Contact) การพูดคุยสบตา การกระตุ้นการมองเห็นด้วยภาพขาวดำ และการจัดท่าทางที่ช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหวและการทรงตัวของทารกการอ่านสัญญาณและการตอบสนองต่อทารก (Baby Cues): การฝึกสังเกตภาษากาย เสียงร้อง และการตอบสนองของลูก เพื่อให้พ่อแม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ (Secure Attachment)การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอนหลับและการเจริญเติบโต: การจัดห้องนอน แสง อุณหภูมิ และระดับเสียง เพื่อช่วยปรับวงจรการนอนหลับและการตื่นของทารกแรกเกิดกลุ่มผู้รับบริการที่เหมาะสมหญิงตั้งครรภ์และคู่สมรสที่ต้องการเตรียมพร้อมด้านการส่งเสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กำลังจะมีบุตรคนแรก และต้องการทักษะเชิงปฏิบัติในการกระตุ้นพัฒนาการทารกแรกเกิดครอบครัวและผู้ดูแลที่ต้องการแนวทางที่ถูกต้องในการจัดสิ่งแวดล้อมและการมีปฏิสัมพันธ์กับทารกอย่างมีคุณภาพ

สาระน่ารู้ด้านสุขภาพ

บทความสุขภาพล่าสุดที่คุณไม่ควรพลาด

กลยุทธ์การสร้างเสริมสุขภาพแรงงานนอกระบบในชุมชน

กลยุทธ์การสร้างเสริมสุขภาพแรงงานนอกระบบในชุมชน

เรียนรู้แนวทางและกลยุทธ์ในการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับแรงงานนอกระบบในชุมชน โดยคำนึงถึงบริบทการทำงาน วิถีชีวิต และปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ

The Spine Show เรื่องของคอและหลังที่ยังไม่เคยรู้

The Spine Show เรื่องของคอและหลังที่ยังไม่เคยรู้

ชวนทำความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพคอและหลัง ตั้งแต่ปัจจัยที่ส่งผลต่ออาการปวด การดูแลตนเอง ไปจนถึงแนวทางป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

Nursing Executive 4.0: เปลี่ยนจากการซ่อมสุขภาพ เป็นการสร้างสุขภาวะเชิงรุกด้วย Data-Driven Wellness

Nursing Executive 4.0: เปลี่ยนจากการซ่อมสุขภาพ เป็นการสร้างสุขภาวะเชิงรุกด้วย Data-Driven Wellness

นำเสนอแนวคิดการบริหารสุขภาพยุคใหม่ที่มุ่งเปลี่ยนจากการแก้ไขปัญหาสุขภาพเมื่อเกิดขึ้นแล้ว สู่การสร้างเสริมสุขภาวะเชิงรุก

สุขภาพพบกับบริหาร: กฎ 80/20 เพื่อชีวิตที่ดีและสมดุล

สุขภาพพบกับบริหาร: กฎ 80/20 เพื่อชีวิตที่ดีและสมดุล

เรียนรู้แนวคิดกฎ 80/20 ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการชีวิตและสุขภาพ เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญ ใช้เวลาและทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิต

ข่าวสาร

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมล่าสุด

พบกับ คลินิกพยาบาล มช. ในงาน Lanna Expo 2026 : Lanna Wellness Synergy Human Centric Future

พบกับ คลินิกพยาบาล มช. ในงาน Lanna Expo 2026 : Lanna Wellness Synergy Human Centric Future

พบกับ บริการสุขภาพสำหรับคุณและครอบครัว โดย CMU Nurse Led Clinic วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่ 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

ก้าวใหม่ของการดูแลสุขภาพ: เปิดตัว CMU Nurse-Led Clinic คลินิกพยาบาล มช.

ก้าวใหม่ของการดูแลสุขภาพ: เปิดตัว CMU Nurse-Led Clinic คลินิกพยาบาล มช.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุภารัตน์ วังศรีคูณ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นประธานตัดริบบิ้นเปิดคลินิกพยาบาล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU Nurse-Led Clinic) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. พนิดา จันทโสภีพันธ์ รองคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้พระเทพสิงหวราจารย์ (โสภณ โสภโณ) รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เมตตาเจิมป้ายและประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลสำหรับเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569

คณะพยาบาลศาตร์ โดยคลินิกพยาบาล มช. และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ร.10

คณะพยาบาลศาตร์ โดยคลินิกพยาบาล มช. และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ร.10

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์ฉาย โยธาใหญ่ รองคณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรันธรณ์ จงรุ่งโรจน์สกุล ผู้ช่วยคณบดี รองศาสตราจารย์ ดร.นพมาศ ศรีเพชรวรรณดี ผู้ช่วยคณบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธาน ณ ศูนย์ส่งเสริมพฤฒพลังผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่